เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line

​

12 รายการที่พบ

img-banner
ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์(CP)ได้ส่งมอบ เจ้าสร้อยทอง ให้เวียดไทยฟาร์ม
1 ต.ค. 2568
247
0
ท่านประธานอาวุโส ธนินท์ เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์(CP) ได้เกียรติ มาส่งมอบไก่ชน ชื่อ เจ้า สร้อยทอง ลูกชาย เจ้าซุปเปอร์เจ๋ง แห่งไร่แสงดาว เเละไก่ชน รวมจำนวน 25 ตัว ให้แก่ เวียดไทยฟาร์ม ประเทศเวียดนาม เเละ ธงชัย จันทบุรีฟาร์ม รวมมูลค่า 1.78 ล้านบาท โดยมีพนักงาน เจ้าหน้าที่ในเครือ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยานพิธีส่งมอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ณ ห้องประชุมโลตัส ชั้น 5 โรงแรมแมกโนเลีย
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
เทคนิคการเลี้ยง
25 ก.ย. 2568
299
0
แนะนำระบบการเลี้ยงไก่ชน ไก่ชน คือ ไก่พื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเชิงการต่อสู้ ไม่เพียงแต่แข็งแรง แต่ยังมีความฉลาด รู้จักพลิกแพลงชั้นเชิงเมื่อเสียเปรียบ และที่สำคัญคือมีจิตใจนักสู้ที่พร้อมจะปกป้องฝูงและไก่เพศเมียเสมอ ด้วยเหตุนี้เอง หลายคนจึงมักนำคุณลักษณะของไก่ชนมาเปรียบเปรยกับมนุษย์ว่า ควรมีใจนักสู้ และรู้จักปกป้องกุลสตรี ตลอดระยะเวลากว่าร้อยปี ภูมิปัญญาชาวบ้านได้หล่อหลอม คัดเลือก และพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชนอย่างพิถีพิถัน ถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น จนทำให้ไก่ชนไทยเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระบวนการเลี้ยงไก่ชน การเลี้ยงไก่ชนที่ได้มาตรฐานเริ่มต้นตั้งแต่ การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์แชมป์ มาผสมพันธุ์ เมื่อแม่ไก่ไข่และฟักลูก ใช้เวลาประมาณ 5 สัปดาห์ (2 สัปดาห์ในการไข่ + 3 สัปดาห์ในการฟัก) จากนั้นแม่ไก่จะเลี้ยงลูกตามธรรมชาติจนถึงอายุประมาณ 8 สัปดาห์ จึงหย่าลูก และกลับเข้าสู่รอบการผสมพันธุ์ใหม่ ส่วนลูกไก่ก็จะค่อย ๆ เติบโตเป็นไก่หนุ่มสาวที่พร้อมเข้าสู่ระบบการฝึกฝนต่อไป กุญแจสู่ความสำเร็จของการเลี้ยงไก่ชน เพื่อให้ไก่ชนก้าวสู่การเป็นแชมป์ จำเป็นต้องยึดหลักการสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ 1. สายพันธุ์ดี – เลือกสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติเด่นทั้งเชิงชนและความแข็งแรง 2. การปรับปรุงพันธุ์ที่เป็นระบบ – วางแผนผสมพันธุ์และคัดเลือกอย่างรอบคอบ 3. การเก็บข้อมูลและสถิติ – บันทึก วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาต่อเนื่อง 4. ระบบการเลี้ยงที่มีคุณภาพ – ดูแลสุขภาพ โภชนาการ และสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม 5. การฝึกซ้อมที่เข้มข้น – เสริมสร้างความแข็งแรง อดทน และเชิงชนที่หลากหลาย 6. การเปรียบไก่อย่างมีชั้นเชิง – เลือกคู่ต่อสู้ที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาและทดสอบศักยภาพ เมื่อยึดตามหลักการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ โอกาสแห่งชัยชนะย่อมอยู่ไม่ไกล
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
การดูเเลสุขภาพพ่อพันธุ์
26 ก.ย. 2568
104
0
การดูแลไก่พ่อพันธุ์ให้แข็งแรงพร้อมผสมพันธุ์ ตรวจเช็คสุขภาพประจำวัน (เช้า–เย็น) 1. คอ – ต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหรืออาการอักเสบ 2. อุ้งเท้า – ไม่บวม ไม่มีแผล และไม่ยืนยกขา 3. ข้อพับ – ต้องไม่บวมแดงหรือยกขา 4. ตา – ไม่เจ็บ ไม่มีอาการอักเสบ 5. หู – ไม่ควรมีน้ำหนวกหรือกลิ่นผิดปกติ 6. จมูก – แห้งสะอาด ไม่เป็นเมือก 7. ปาก – ไม่เป็นแผลหรืออมพะนำ 8. อุณหภูมิร่างกาย – ปกติ ไม่มีไข้ กิจวัตรประจำวัน ชั่งน้ำหนักทุกเช้า–เย็น เพื่อควบคุมความสมบูรณ์ของร่างกาย ให้สมุนไพรบำรุงทุกเช้า เพื่อเพิ่มความฟิตและภูมิคุ้มกัน ก่อนปล่อยผสมพันธุ์ อาบน้ำพ่อพันธุ์ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ทุกวันจันทร์ และพฤหัสบดี) พักการผสม สัปดาห์ละ 1 วัน (ทุกวันเสาร์) เพื่อฟื้นฟูร่างกาย งดผสมพันธุ์ ช่วงที่พ่อพันธุ์กำลังผลัดขน
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
การดูเเลสุขภาพเเม่พันธุ์
26 ก.ย. 2568
109
0
การดูแลไก่แม่พันธุ์ให้แข็งแรงพร้อมวางไข่ ตรวจสุขภาพประจำสัปดาห์ ตรวจเช็ค คอ, อุ้งเท้า, ข้อพับ, ตา, หู, จมูก, ปาก และอุณหภูมิร่างกาย ทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทุกวันศุกร์ การดูแลร่างกาย อาบน้ำยาฆ่าไรและเห็บ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ทุกวันศุกร์) ข้อควรระวัง งดผสมพันธุ์ ในช่วงที่แม่พันธุ์กำลังผลัดขน
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
การทำประวัติไก่เกิดใหม่ และการติดเบอร์ปีก
26 ก.ย. 2568
432
0
1. การฟักและการพักออก ลูกไก่จะ พักออก (Hatch out) ประมาณ 19–21 วัน หลังการฟัก หากลูกไก่ยังไม่ฟักหมด ➝ ให้ แยกออกจากแม่ไก่ ชั่วคราวจนกว่าจะฟักครบ แล้วค่อยส่งคืนให้แม่เลี้ยงต่อ หากแม่ไก่ลงรังก่อนที่ไข่จะฟักหมด ➝ ให้นำไข่ที่เหลือไป ฝากแม่ไก่อื่นฟักต่อ และต้องมีการ บันทึกข้อมูลสายพันธุ์ ให้ถูกต้องเพื่อป้องกันความผิดพลาด https://dglgnp0mchi1j.cloudfront.net/users/uploads/574/bbdd17d4-d4ab-4aeb-abd1-ee75a8625bee.jpeg 2. การคัดลูกไก่แรกเกิด ลูกไก่ที่มีความผิดปกติ ควร คัดทิ้งทันที และบันทึกข้อมูล ได้แก่: สะดือปิดไม่สมบูรณ์ อ่อนแอ ไม่สามารถยืนหรือเดินได้ ขาถ่าง ปากเบี้ยว นิ้วเก หรือพิการ เหตุผล : ลูกไก่ที่ไม่สมบูรณ์จะโตช้า สุขภาพอ่อนแอ และไม่เหมาะสำหรับเป็นพ่อแม่พันธุ์ในอนาคต 3. การทำประวัติลูกไก่ เมื่อลูกไก่ลงรังเรียบร้อย ควรทำบันทึก รายงานการฟักไข่เป็นชุด โดยใส่ข้อมูลดังนี้: จำนวนลูกไก่เกิด เบอร์พ่อพันธุ์–แม่พันธุ์ วันเกิด น้ำหนักแรกเกิด การใส่ปลอกขาหรือตัวระบุชั่วคราว 4. การติดเบอร์ปีก (Wing Banding) เมื่อลูกไก่อายุ 6 สัปดาห์ และผ่านการคัดลูกไก่ป่วย อ่อนแอ หรือแคระแกร็นออกแล้ว จึงเริ่มติดเบอร์ปีก ตำแหน่งติด : ปีกขวา และต้องระวังไม่ให้โดนเส้นเลือด กรณีที่ลูกไก่อายุน้อยกว่า 6 สัปดาห์ แต่ เบอร์ขาแน่นเกินไป สามารถติดเบอร์ปีกได้ก่อน สรุป การทำประวัติและติดเบอร์ปีกเป็นกระบวนการสำคัญของการเลี้ยงไก่พันธุ์ ช่วยให้: ติดตามสายพันธุ์และประวัติพ่อ–แม่พันธุ์ได้แม่นยำ คัดเลือกและพัฒนาคุณภาพสายพันธุ์ได้ง่าย ป้องกันความผิดพลาดในการจัดการฟาร์ม
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
การจัดการรังไข่ และการดูแลไข่ฟักให้ได้ผลผลิตคุณภาพ
25 ก.ย. 2568
171
0
1. การเตรียมรังไข่ วัสดุรองรัง ควรเลือกวัสดุที่ แห้ง นุ่ม และปลอดไร เช่น ฟางข้าวแห้ง, ใบตะไคร้, หญ้าแห้ง, ใบสน ตำแหน่งรังไข่ ควรวางในที่ ร่ม แสงน้อย อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงแดดส่องหรือฝนสาดโดยตรง และปรับมุมรังให้เอียงประมาณ 50 องศา เพื่อป้องกันไข่กลิ้ง เคล็ดลับเพิ่มเติม : การใช้ใบตะไคร้หรือสมุนไพรหอมรองรัง จะช่วยไล่ไรและแมลงรบกวนได้ตามธรรมชาติ 2. การคัดเลือกไข่ฟัก ไข่ที่ดีสำหรับการฟักต้อง สมบูรณ์ แข็งแรง และสะอาด ควร คัดทิ้ง ไข่ที่มีลักษณะดังนี้: ไข่เปลือกบางหรือบุบร้าว ไข่แฝด ไข่ผิดรูป หรือไข่ขนาดเล็ก (ไข่จิ๋ว) ไข่สกปรกหรือปนเปื้อนสิ่งสกปรก การจัดการสิ่งแวดล้อมในแต่ละฤดู เพื่อการฟักที่มีคุณภาพ ฤดูฝน (ความชื้นสูง อุณหภูมิปานกลาง) ปัญหาที่พบบ่อย : ไข่สกปรก, ไข่เน่า, เชื้อตาย จากความชื้นและสิ่งสกปรก แนวทางแก้ไข 1. จัดรังไข่ให้อยู่ในที่ร่ม ป้องกันฝนสาด 2. ปรับพื้นห้องผสมหรือห้องฟักให้ ไม่เกิดน้ำขัง เพราะแม่ไก่อาจเหยียบสิ่งสกปรกแล้วนำไปติดไข่ 3. เน้นความสะอาด – ไข่มักสกปรกจากการคุ้ยดินหรือเล่นโคลน 4. ลดความชื้นโดย ยกรังไข่สูงขึ้นประมาณ 50 ซม. ฤดูหนาว (ความชื้นต่ำ อุณหภูมิต่ำ) ปัญหาที่พบบ่อย : ลูกไก่ติดเปลือก, ฟักไม่ออก, ปัญหาไรในรัง แนวทางแก้ไข 1. เพิ่มความชื้น เช่น ฉีดน้ำเบา ๆ ลงบนพื้นเล้า 2. เพิ่มวัสดุรองรัง เช่น ฟางแห้ง ใบตะไคร้ หรือใบสน เพื่อเก็บความอบอุ่น 3. ดูแลความสะอาดรังไข่และเปลือกไข่สม่ำเสมอ 4. ควบคุมไรในรัง ใช้ เซฟวิน (Sevin) หรือสมุนไพรโรยเพื่อกำจัดไร ฤดูร้อน (ความชื้นต่ำ อุณหภูมิสูง) ปัญหาที่พบบ่อย : ไข่เชื้อตาย, ไข่ตายโคมสูง, ไข่เปลือกบางเพิ่มขึ้น แนวทางแก้ไข 1. ลดอุณหภูมิและเพิ่มความชื้น เช่น ฉีดน้ำพื้นเล้า ปล่อยน้ำตามทางเดิน หรือทำหลังคากันร้อน 2. รวม ห้องฟักให้อยู่ในจุดเดียวกัน เพื่อจัดการง่ายขึ้น 3. ลดความสูงของรังไข่ลงเหลือ 30 ซม. เพื่อรับลมเย็นจากพื้น 4. ติดตั้ง แสลนบังแดด เพื่อลดความร้อน 5. ตัดหญ้ารอบเล้า พื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดการสะสมความร้อน สรุป การจัดการรังไข่และสิ่งแวดล้อม ต้องปรับให้เหมาะกับแต่ละฤดู เพื่อควบคุมปัจจัยสำคัญ 3 อย่างคือ ความสะอาด, ความชื้น และอุณหภูมิ หากควบคุมได้ดี จะช่วยลดการสูญเสียไข่ฟัก เพิ่มอัตราการฟักสำเร็จ และได้ลูกไก่แข็งแรงตามสายพันธุ์
อ่านเพิ่มเติม
    1
    2